posted on 27 Aug 2008 00:32 by diomedes
Winter Spring 09
ฉันเคยพบ เคยเห็นผู้คนมากมาย
หลายประเภท บนโลกกลมๆ เล็กๆ ใบนี้
ทว่า...ไม่เคยมีซักครั้งที่ฉันจะหันมองหรือสนใจใคร
ผู้คนเหล่านั้นเปรียบเสมือนกลีบดอกไม้ ที่ตกปลิว ร่วงโรยและหล่นลงบนพื้นดิน
แต่...
รู้อะไรไหม?...
เพียงแค่ได้พบนาย...ฉันก็ลืมลมหายใจของทั้งโลก
…………………….Winter Spring…………………….
“ครับ”
“...”
“ครับ...ผมจะรีบกลับไป”
“...”
“สวัสดีครับ”
เสียงบทสนทนาสั้นๆ จบลงในเวลาอันรวดเร็ว ปาร์ค ยูชอนตีสีหน้าเคร่งขรึมซะจนจุนซูยังแอบหวั่นใจ
“มีเรื่องอะไรเหรอ?” ถามออกไปก่อนจะ ยิ่งสงสัยเมื่อยูชอนไม่ตอบ เอาแต่ส่ายหน้า
“...นายอย่ารู้เลยจะดีกว่า” ร่างสูงเอ่ยเลี่ยง เขาคว้าสูทที่วางพาดไว้ตรงเก้าอี้ในห้องครัว ก่อนจะขยับเนคไทให้เข้าที่ เพื่อเตรียมตัวกลับแกงค์ของตัวเอง
“บอกฉันหน่อย” จุนซูอ้อนวอน
“...”
“ยูชอน...นายไม่ไว้ใจฉันเหรอ?” เมื่ออ้อนวอนไม่ได้ผล จุนซูจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีตัดพ้อแทน
จริงๆ แล้ว ร่างบางไม่เคยคิดจะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องงานมาเฟียของยูชอนเลยแม้แต่น้อย
ทว่าบางอย่าง...กระซิบบอกเขาว่า สีหน้าเคร่งเครียด รวมทั้งแววตาที่ดูสับสนนั้น...อาจเป็นเพราะสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับเขา...หรือแจจุง
“นายก็รู้ว่าฉันไม่เคยคิดอย่างนั้น” ยูชอนหันมาพูด เขาขยับตัวเข้าใกล้จุนซูพลางยกมือโอบร่างเล็กไว้หลวมๆ
“งั้นบอกฉันสิ”
“...เรื่องของ....”
“ของ?”
“...คุณแจจุง” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูหวาดกลัวและหวั่นไหวไม่น้อย ยูชอนอยากเลี่ยงที่จะพูดถึงแจจุงต่อหน้าจุนซู แต่คราวนี้ดูเหมือนจะไม่ได้
“...อะ...อะไรนะ”
“เกิดเรื่องกับคุณแจจุง...สายของคุณจีฮเย น้องสาวของคุณยุนโฮเลยเรียกตัวฉันกลับไป”
“...กะ..เกิดอะไรขึ้นกับแจจุง!”
อย่างที่ยูชอนคาดเดาไว้ ว่าหากบอกจุนซูเรื่องแจจุงเมื่อใด...จุนซูเองก็คงกระวนกระวายใจและสับสนจนแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่
“คุณแจจุงโดนแกงค์ Red Dragon คู่อริของแกงค์เราจับตัวไป”
“...หมายความว่ายังไง! ไหนนายบอกว่าเขามีความสุขและปลอดภัยดีกับชอง ยุนโฮ!” น้ำเสียงแสดงความเกรี้ยวกราดของจุนซู บ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังหวาดกลัวและสับสนมากแค่ไหน ร่างบางผลักไสอ้อมกอดของยูชอนออก ก่อนจะเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
“ช่วยเขา...อึก!” แม้ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ร้องไห้เหมือนคนอ่อนแออีก แต่พอเป็นเรื่องของแจจุงทีไร จุนซูก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ทุกที ความห่วงหา อาทร ทุกอย่างมันล้นอยู่เต็มอก บ่งบอกว่าแม้แต่ตอนนี้...ก็ยังรักแจจุง
“...จุนซู”
“ฮึก! ได้โปรด..ช่วยแจจุงด้วย”
“...”
“แจจุงจะเป็นอะไรไหม แจจุงจะตายรึเปล่า ฮึก! ยูชอน...ได้โปรด...”
เสียงอ้อนวอนของร้องของจุนซู ไม่ได้เข้าไปในโสตประสาทการรับรู้และได้ยินของยูชอนเลยแม้แต่น้อย เขาเห็นเพียงร่างบางที่ยืนร้องไห้จนตัวสั่น น้ำหูน้ำตาไหลเปรอะเปื้อนใบหน้า มือเล็กกำแน่นตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเอง...
ยอมแล้ว...
ยอมแล้วจริงๆ...
ฉันจะทำทุกอย่าง...
จะเอ่ยชื่อแจจุง ถ้าหากนายได้ยินแล้วมีความสุข
ยอมเจ็บปวด...เพื่อให้นายมีความสุข
ฉันจะยอมเสี่ยงทุกอย่าง..เพื่อช่วยแจจุง และเอารอยยิ้มของนายกลับคืนมา
ขอแค่อย่างเดียว...
อย่าทำเหมือนฉันไม่อยู่ตรงนี้...
อย่าร้องไห้เพียงลำพัง...ทั้งๆ ที่ฉันยังยืนอยู่ตรงหน้านาย
อย่าทำราวกับว่าไม่...ต้องการอ้อมกอดของฉันอีก
ฉันยอมนาย...ทุกอย่างแล้วจริงๆ
เพราะฉะนั้น...
“หยุดร้องเถอะ” มือใหญ่คว้าเอวบางเอาไว้ ก่อนจะดึงจุนซูเข้ามากอดแน่น ยูชอนซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เล็กที่สั่นสะท้าน ก่อนจะเอ่ยปลอบโยน แม้จะรู้สึกเจ็บปวด
“ฉันจะช่วยเขา..จะช่วยคุณแจจุงออกมาให้ได้”
“ฮึก...อึก...ยูชอน” ใบหน้าเนียนซับลงกับอกแกร่ง พลางบดเบียดลำตัวเข้าหาร่างสูงราวกับต้องการไออุ่น และที่พึ่งพิง
“เพราะฉะนั้น...อย่าร้องไห้เลยนะ”
“ช่วยนะ...ฮึก!..ช่วยแจจุง”
“อืม...ฉันจะช่วย จะช่วยให้เขากลับมาอย่างปลอดภัย ฉันสัญญา สัญญา” ยูชอนกระซิบแผ่วเบา เขาโอบกอดจุนซูแน่นขึ้นไปอีกเมื่อจุนซูโอบรัดตัวเขาเอาไว้
“...ขอบคุณ...ฮือ”
“ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร หยุดร้องนะจุนซู” ร่างสูงคลายอ้อมกอดออกช้าๆ เขาจับไหล่จุนซูไว้ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวกรีดซับน้ำตาให้ร่างเล็กอย่างอ่อนโยน
“อึก!...อืม...” จุนซูยังคงสะอึกสะอื้น มือเล็กช่วยยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของตัวเองอีกแรง ก่อนจะส่งยิ้มที่ดูฝืนๆ ให้ยูชอน
“ฉันจะกลับมา พร้อมกับคิม แจจุงคืนนี้..ตกลงไหม?”
“อื้อ...”
“สัญญาว่าจะไม่ร้องไห้”
“...อื้อ” จุนซูยกนิ้วก้อยขึ้นมา ก่อนจะแตะลงบนริมฝีปากของยูชอนเบาๆ อาการสะอึกสะอื้นที่หลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยทำให้ร่างสูงเบาใจขึ้นอีกหน่อย
อย่าน้อย...ตอนที่เขาไม่อยู่
จุนซูจะได้ไม่ร้องไห้เพียงลำพัง...
“งั้นฉันไปล่ะ” ยูชอนผละออกจากจุนซูอย่างรวดเร็ว ขาเรียวก้าวตรงไปที่ประตูก่อนจะเปิดมันออกและเดินจากไปโดยไม่หันมา
ช่างน่าเสียดาย...
ที่ยูชอนดูเหมือนจะรีบร้อนเกินไป
อาจเพราะเขาทนเห็นน้ำตาของจุนซูไม่ได้
หรือเพราะทนเจ็บไม่ไหว...
เขาจึงไม่ได้ยิน
น้ำเสียงของจุนซู...ที่เต็มไปด้วยความสับสน หวาดกลัว และห่วงใย...
“ระวังตัวด้วยนะ...ยูชอน”
…………………….Winter Spring…………………….
บรรยากาศในการประชุมของแกงค์ชองดูเคร่งเครียดจนลูกน้องบางคนกระอักกระอ่วน
ชอง จีฮเย นั่งอยู่บนเก้าอี้สูงสุด หญิงสาวจ้องมองบรรดาลูกน้องหลายระดับนั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า ก่อนจะตบโต๊ะเสียงดังลั่น
“ฉันถามว่าใครมีแผนอะไรบ้าง!!!!” เธอตะโกนก้อง ดวงตาเรียวดูดุคมและแฝงไปด้วยความเหี้ยมโหดแบบฉบับตระกูลชองไล่มองไปยังผู้บริหารแกงค์แต่ละคนด้วยความไม่พอใจ
ภาพเหตุการณ์เมื่อวาน ที่ชอง ยุนโฮ พี่ชายของเธอกลับมาในสภาพสะบักสะบอม ยังคงแจ่มชัดอยู่ในหัว
“พี่ชาย!” จีฮเยตะโกนลั่นเมื่อเห็นกลุ่มคนของเธอกลับมา พร้อมกับยุนโฮที่ดูเละเทะไม่ต่างจากไปฟัดกับหมา
“...”
“เกิดอะไรขึ้น!” เธอตะโกนถาม ทว่ายุนโฮกลับเดินผ่านหน้าเธอไปเฉยๆ เขาไม่แม้แต่จะหันหน้ามาสบตาหรือมองใคร
“...เราไม่รู้ครับคุณหนูรอง” 1 ในชายชุดดำตอบ เขาก้มหน้าลงมองพื้น คิ้วขมวดชนกันราวกับกำลังครุ่นคิด
“ไม่รู้ได้ยังไง พวกแกไปกับพี่!”
“ไอ้ฮวา เฮนริคมันยื่นข้อเสนอให้นายใหญ่เข้าไปคนเดียวครับ ไม่อย่างนั้นมันจะฆ่าคุณแจจุง”
“ว่าไงนะ!”
“พวกเราไม่รู้อะไร ได้แต่จัดการพวก red dragon ที่อยู่ข้างนอกเพื่อรอคุณยุนโฮ แต่ว่า...”
“...”
“นายใหญ่กลับออกมาเพียงคนเดียว...และที่สำคัญ...”
“อะไร!” ท่าทีอึกอักของลูกน้องทำเอาจีฮเยแทบระงับความโกรธของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ เธอตะโกนพลางกระชากเสื้อของชายคนนั้นจนตัวเขาเขยิบเข้ามาใกล้
“ร้องไห้ครับ”
“เอ๋?!”
“ถึงแม้จะไม่ชัดนัก แต่ผมก็แน่ใจ...นายใหญ่ร้องไห้ครับ!” ลูกน้องคนนั้นกล่าวออกมา ก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม ความรู้สึกรวดร้าวยามเห็นชายที่แข็งแกร่งที่สุดต้องหลั่งน้ำตาออกมา ทำเอาเขาและลูกน้องทุกคนเจ็บปวด...จนแทบอยากจะถล่มพวก Red Dragon ให้สิ้นซาก
แต่ไม่อาจปฏิบัติได้...หากไม่มีคำสั่ง
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!” จีฮเยตะโกน เธอปล่อยชายลูกน้องคนนั้น ก่อนจะวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์ เพื่อจะตามยุนโฮไปถามให้รู้เรื่อง
“ชอง ยุนโฮ”
เสียงตะโกนของน้องสาวไม่ได้ทำให้มาเฟียใหญ่ชะลอความเร็วในการเดินลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะชอง ยุนโฮ!” จีฮเยตะโกน
“...” ยุนโฮเร่งความเร็วฝีเท้าขึ้นอีก ก่อนจะหยุดลงเมื่อจีฮเยคว้าชายเสื้อของเขา ก่อนจะกำมันไว้แน่น
“..มีอะไร” ยุนโฮเอ่ยเสียงเรียบ
“บอกฉันมา ว่าเกิดอะไรขึ้น” จีฮเยสูดลมหายใจลึกๆ พยายามระงับความโกรธ สับสนและเสียใจเอาไว้
“...” ทั้งๆ ที่ได้ยินคำถาม แต่ยุนโฮกลับนิ่งงัน เขาหันกลับไปมองจีฮเยด้วยแววตาเลื่อนลอย
“บอกฉันเซ่!!!” เมื่อไม่ได้คำตอบอย่างที่หวัง บวกกับท่าทีที่ดูอ่อนแอของยุนโฮ จีฮเยถึงกับทนไม่ไหว ร่างเพรียวของหญิงสาวผลักยุนโฮออกไป ก่อนจะตามเข้าใส่ยุนโฮด้วยหมัดหนักๆ ที่ไม่แพ้ชายใดในแกงค์
พลั่ก!!!
มาเฟียหนุ่มเซถลาไป ในขณะที่จีฮเยล้มลงบนพื้นเพราะออกแรงมากจนเกินตัว
“...”
“ฉันเป็นน้องพี่นะ” เธอก้มหน้านิ่ง...พลางพูดออกมาเบาๆ
“...”
“บอกฉัน ว่าทำไม...ต้องร้องไห้”
ตุ๊บ!
เป็นเสียงชอง ยุนโฮที่นั่งลงกับพื้น ตรงหน้าจีฮเย
วินาทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตาของพี่ชาย เธอก็ตระหนักแล้วว่าทำไม..ลูกน้องของเธอถึงต้องร่ำไห้...เพื่อยุนโฮ
นัยน์ตาของร่างสูงเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา จนดวงตาคมแฉะและชื้น หากแต่มันไม่ยอมไหล
“เขา...บอกให้ฉันไป”
“...!!!”
“เขาไม่เคยมีความสุขเวลาอยู่กับฉัน”
“...”
“เขา...รักฮวา เฮนริค”
“!!!”
“ทำไม?...ทำไมล่ะ?” น้ำใสๆ กลิ้งคลออยู่ในดวงตาคม น้ำเสียงนุ่มทุ้มบัดนี้สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
“...พะ...พี่ชาย” จีฮเยเรียกยุนโฮเสียงสั่น เธอเอื้อมมือขึ้นแตะบนใบหน้ากร้าน ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อรับรู้ถึงสายน้ำอุ่นที่ไหลลงมาบนมือ
นะ...น้ำตา...
“ฉันยังพยายามไม่พอเหรอ...”
“...”
“ความรักของฉัน...มันมีไม่มากพอเหรอ?....ทำไม...ทำไม…”
“พะ....พี่ ฮึก!...พี่” น้ำตาของยุนโฮทำให้จีฮเยเจ็บปวดจนทนไม่ได้ เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกาย รุ่มร้อนราวกับโดนไปสุม ความโกรธ เศร้า เสียใจปะปนกันไปทั่ว
รู้ไหม...นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นพี่หลั่งน้ำตา...เพื่อคนอื่น
“ฉันรักเขา...”
“...”
“ฉันรักแจจุง...”
“...”
“ฉันรักแจจุง” เสียงกระซิบพร่ำซ้ำไปซ้ำมาของยุนโฮดังอยู่ก้องหู พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลริน ฟังดูเจ็บปวดรวดร้าว...ทิ่มแทงไปถึงหัวใจ
พี่ชาย...
พี่ชาย.....อย่าร้องไห้
ภาพนั้น...ความทรงจำนั้น
ยุนโฮที่เคยเข้มแข็งยิ่งกว่าใครๆ ร่ำไห้ กอดเธอพลางสะอื้นจนตัวสั่น
จีฮเยทนไม่ไหว...ไม่ไหวจริงๆ
หลังจากเรียกชางมินเพื่อให้พายุนโฮที่หลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อนไปเข้านอน เช้าวันรุ่งขึ้น เธอจึงเรียกประชุมสาขารวมทั้งลูกน้องทั้งหมดในทันที
เพราะรู้...ว่าตอนนี้ยุนโฮยังไม่พร้อม
ไม่พร้อมที่จะจัดการสิ่งใด หรือเผชิญหน้ากับใคร
เรื่องนั้น...มันเจ็บปวดสำหรับมาเฟีย...ที่ไม่เคยรัก...มากจนเกินไป
“...” ลำแขนแกร่งที่ยกขึ้นจากตรงหน้าประตู ดึงเอาจีฮเยหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเอง เธอจ้องมองไปยังชายที่ยกมือเสนอความคิด ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ
มาได้ซักที...
“ว่าไง ชิม ชางมิน”
“ผมขอเสนอแผนการครับ คุณหนูรอง” ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาในที่ประชุม เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย เพราะเขา ชิม ชางมินคนนี้คือที่สุดของอัจฉริยะ ผู้วางแผนได้เฉียบคมและแม่นยำ
“ว่ามา” จีฮเยเอ่ย เธอพยายามไม่แสดงออกให้ใครเห็นว่าดีใจมากแค่ไหนที่ชางมินมา เพราะการคบหากันระหว่างเธอและชางมิน แม้จะถูกยอมรับแต่ก็ไม่ควรจะแสดงออกต่อหน้าคนในแกงค์มากจนเกินไป
“ผมคิดแผนชิงตัวคุณแจจุง รวมทั้งวิธีที่จะจัดการกับพวก Red Dragon ให้ไม่กล้ามายุ่งกับแกงค์เราอีกได้แล้ว”
“...ต้องการคนลงมือกี่คน?”
“สำหรับแผนจัดการพวก Red Dragon ผมขอเสนอให้ใช้ทั้งแกงค์”
“อืม”
“ส่วนแผนชิงตัวคุณจจุง...ใช้แค่คนเดียวก็พอครับ”
“.....ใคร” จีฮเยเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ แต่ดูเหมือนชางมินจะไม่ต้องตอบคำถาม เพราะวินาทีต่อมาที่ประชุมก็ส่งเสียงฮือฮากันอีกครั้ง เมื่อชายผู้เป็นมือขวาของชอง ยุนโฮปรากฏตัวขึ้น หลังจากหายตัวไปหลายเดือนเพื่อทำภารกิจ
“ปาร์ค ยูชอน”
…………………….Winter Spring…………………….
แจจุงไม่กินไม่นอนมาสองวันเต็มๆ แล้ว ร่างบางเอาแต่เหม่อลอย และร้องไห้
“ทำไมไม่กิน!!!” ฮวา เฮนริคที่พยายามหลอกล่อให้แจจุงทานอาหารแม้ซักนิด เขวี้ยงจานลงบนพื้น เขากระชากตัวแจจุงขึ้นก่อนจะตวาดถาม
“ฉันไม่อยากกิน” ริมฝีปากแห้งผากขยับเปล่งเสียงแผ่วเบา
แจจุงไม่หิว...ไม่อยากกินอะไร
ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น...นอกจากเจ็บปวดรวดร้าวกับการกระทำของตัวเอง
ท่าทีเย็นชาไร้ความรู้สึกของร่างบาง ราวกับสวิตช์เปิดความโกรธของเฮนริคให้พุ่งพรวด เขาจับตัวแจจุงเอาไว้ ก่อนจะเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียงกว้าง
“อ๊ะ!” แจจุงร้องออกมาด้วยความเจ็บ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างเมื่อเฮนริคยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“ในเมื่อไม่กิน...ก็มาทำอย่างอื่นแทนแล้วกัน!” เขาตะโกนก้อง ก่อนจะซุกไซร้ซอกคอร่างบาง หวังว่าจะยั่วให้แจจุงหวาดกลัวและโมโหได้
หากแต่...
ไม่มีอะไรเลย…
ไม่มีแรงขัดขืน...ไม่มีเสียงกรีดร้อง
ไม่มีน้ำตา...
แจจุงนอนนิ่ง เหมือนตุ๊กตา ไร้ชีวิตไร้จิตใจ ไม่ตอบสนองอะไรทั้งสิ้น
“ทำไม...เพราะอะไร!” ดูเหมือนเฮนริคจะเป็นฝ่ายทนไม่ได้ซะเอง เขาโกรธที่วิธียั่วยุของตัวเองไม่ได้ผล และโกรธ...ที่คนน่าหลงใหลอย่างแจจุงกลับกลายเป็นตุ๊กตาไร้ความรู้สึกเช่นนี้
“...ฉันรักแค่ยุนโฮ” น้ำเสียงดูมีชีวิตชีวา มั่นคงและจริงจัง ทำเอาเฮนริคประหลาดใจ เขาเงยหน้าขึ้นจากซอกคอหอมกรุ่นของร่างบาง สบเข้ากับดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเชื่อมั่น
เขาเกลียดแววตาแบบนี้
แววตาที่เชื่อมั่นในทุกสิ่ง
แววตาที่เชื่อมั่น...ในตัวเอง และความรัก
เขาเกลียดมัน
เกลียด...เพราะเขาไม่อาจมีแววตาเด็ดเดี่ยวเช่นนั้นได้
“ต่อให้นายทำอะไร...ฉันก็รักแค่ยุนโฮ”
“...”
“…จะข่มขู่..หรือจะทำอะไรกับฉัน...มันก็ไม่มีความหมายแล้ว”
“...”
“ฉันไม่กลัวจะต้องเสียอะไร...เพราะสิ่งสุดท้ายที่ฉันอยากรักษาไว้...ฉันก็เสียมันไปแล้ว”
“...”
“...”
“โธ่เว้ย!!!” หัวหน้าแกงค์ Red Dragon ตะโกนลั่น เขาลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งแจจุงที่นอนนิ่งราวไร้หัวใจไว้...เพียงลำพัง
…………………….Winter Spring…………………….
กลางดึกสงัดของค่ำคืนที่ลูกน้องแกงค์ Red Dragon ต่างพากันระวังตัวอย่างดี
เงาวูบไหวของแกงค์ชอง ค่อยๆ คลืบคลานเข้ามาใกล้
1 ในแกงค์ชองถือคบเพลิงเอาไว้ รอสัญญาณ...จากหัวหน้าหน่วยอย่างชางมิน ก่อนจะ...
พรึบ!!!
คบเพลิงตกลงไปในรั้วของรังแกงค์ Red Dragon ก่อนจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
พวก Red Dragon ทั้งหมดแตกตื่น หลายคนวิ่งเพื่อไปเอาน้ำ และหลายคนที่เริ่มหาผ้ามาดับไฟ ในขณะที่ช่วงเวลาทุกอย่างกำลังชุลมุน แกงค์ชอง ทั้งหมดก็ปรากฏกาย
พวกเขาแสยะยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะทำตามคำสั่งของชิม ชางมินหัวหน้าหน่วยอย่างเต็มใจ
“ฆ่ามัน!!!อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!!!”
ศึกของสองแกงค์ใหญ่...เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ในขณะเดียวกัน ชายคนหนึ่งในเงามืด เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายลม เขาลอบผ่านหน้าประตูที่ไร้ยามเฝ้า ก่อนจะหยุดยืนอยู่หน้าห้องคุมขัง ที่...ที่คิม แจจุงอยู่
ยูชอน แสยะยิ้มน้อยๆ นึกชื่นชมแผนล่อเสือออกจากถ้ำของชางมินอยู่ในใจ
แกรก!
เสียงประตูเปิดออกช้าๆ...ยูชอนลอบมองภายในห้องผ่านความมืดที่เขาแสนคุ้นเคย ก่อนจะพบร่างร่างหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง และกำลังเฝ้ามองเพลิงที่กำลังลุกไหม้ราวกับชมแสงจันทร์
“คุณแจจุง!” เขาตะโกน และนั่นเรียกให้ร่างบางละสายตาจากการต่อสู้ และหันมามอง
“นะ...นาย” น้ำเสียงของแจจุงฟังดูติดขัด ร่างบางมองไปรอบๆ เพื่อหวังจะหาใครบางคนที่เขาเฝ้ารอ...แต่กลับไม่พอใครนอกจากยูชอน
“ผมมาช่วยคุณ!” ยูชอนเอ่ย เขาจับมือร่างบางเอาไว้ ก่อนจะจูงมือแจจุงออกวิ่งโดยไม่เปิดโอกาสให้แจจุงถามสิ่งใด
พวกเขาทั้งคู่ลอดผ่านกิ่งไม้ ลัดเลาะผ่านแนวป่าที่รกและอับชื้น
ทำตามแผนการ...สุดยอดเยี่ยมของชิม ชางมิน
และ...
ท่ามกลางเหตุการณ์ความวุ่นวาย...
ชายสองคนลอบออกจากรังแกงค์ Red Dragon ไปอย่างไร้ร่องรอย...
…………………….Winter Spring…………………….
เส้นทางที่ดูคุ้นเคยปรากฏขึ้นสู่สายตาของแจจุง ร่างบางเริ่มตระหนักได้แล้วว่ายูชอนกำลังจะพาเขาไปไหน...และไปหาใคร
เสียงฝีเท้า เสียงหอบและเสียงลมหายใจดังขึ้นทุกๆ ที ความเร็วและฝีเท้าของร่างสูงตรงหน้ากำลังจะทำให้แจจุงตามไม่ทัน
“รีบเข้า...ก่อนมันจะรู้ตัว” ยูชอนกระซิบ
แจจุงได้แต่พยักหน้ารับๆ น้อยๆ รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นแสงสว่างเจิดจ้าตรงมุมทางเดิน
ใกล้แล้ว...
ใกล้ถึงแล้ว...
ที่พักพิง...ทีที่หัวใจของเขาจะถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ
เสียงหอบหายใจยังคงดังก้องตามทางเดิน ยูชอนและแจจุงยังคงวิ่งไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และไม่ลดความเร็วลง
จนกระทั่ง...
ปัง!
เสียงประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใบหน้าของคนที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกตลอดชีวิต ปรากฏขึ้นช้าๆ
“...จะ...”
“จุนซู”
…………………….Winter Spring…………………….
ฉันเคยพบ เคยเห็นผู้คนมากมาย
หลายประเภท บนโลกกลมๆ เล็กๆ ใบนี้
ทว่า...ไม่เคยมีซักครั้งที่ฉันจะหันมองหรือสนใจใคร
ผู้คนเหล่านั้นเปรียบเสมือนกลีบดอกไม้ ที่ตกปลิว ร่วงโรยและหล่นลงบนพื้นดิน
แต่...
รู้อะไรไหม?...
เพียงแค่ได้พบนาย...ฉันก็ลืมลมหายใจของทั้งโลก
…………………….Winter Spring…………………….
TBC...
posted on 23 Aug 2008 21:05 by diomedes
Winter Spring 08
นี่...
เพราะอะไร?
ฉันไม่เข้าใจเลย...
ไม่เข้าใจทุกสิ่งที่นายเคยสอน
ไม่เข้าใจว่าแบบไหน...คือรัก ในแบบที่นายต้องการ
ไม่เข้าใจว่าต้องทำตัวแบบไหน...นายถึงจะยิ้มได้
เพราะตัวฉันโง่เขลาจนเกินไป
เพราะตัวฉันไม่อาจเข้าใจในความอ่อนโยน
หรือเพราะอ้อมกอดของฉัน...มันโอบกอดนายไว้ไม่แน่นพอ
เพราะอย่างนั้นใช่ไหม...?
นายถึงได้จากไป...ทิ้งฉันไว้เพียงลำพัง
…………………….Winter Spring…………………….
"..เฮ"
"..." ใครน่ะ?
"จี...ฮเย..."
"..." ...ใคร?
"ชอง จีฮเย!"
"อ๊ะ!" เด็กสาวผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกมือขึ้นกุมหัวตัวเองช้าๆ
"ชอง จีฮเย" คือ ชอง ยุนโฮและลูกน้องหลายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า จีฮเยกุมหัวตัวเองพลางส่ายหัวน้อยๆ เพื่อทบทวนถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นทั้งหมด
"...พี่ชาย"
"อธิบาย" น้ำเสียงของยุนโฮฟังดูเกรี้ยวกราดและร้อนรนแบบที่จีฮเยไม่เคยเห็นมาก่อน
".."
"อธิบายมาเดี๋ยวนี้!" ตะคอกดังๆอีกหนเมื่อเห็นว่าน้องสาวตัวเองเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไร
"ฉันถูกทำร้าย...พี่แจจุงก็เหมือนกัน" จีฮเยเอ่ยเสียงแผ่ว
"ทำไมเธอถึงออกมาเล่นข้างนอกโดยมีคนคุ้มกันน้อยแบบนี้ แถมยังแอบเอาแจจุงออกมาด้วย! รู้ไหมว่าพวกมันเอาตัวแจจุงไปแล้ว" ยุนโฮแทบจะคุมสติตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ ในใจร้อนรุ่มไปด้วยความเป็นห่วงทั้งน้องสาวตัวเอง...ทั้งแจจุง
"...ฉันไม่ได้ตั้งใจ" จีฮเยพูดอย่างรู้สึกผิด
"..."
"มันแปลกๆไหม..."
"อะไร?"
"ทำไมพวกมันถึงไม่จับฉัน...แต่จับพี่แจจุงไปแทน"
"พวกมันรู้แล้ว"
"..."
"รู้แล้วว่าแจจุงสำคัญสำหรับฉันมาก...ฉันไม่น่าปล่อยแจจุงให้คลาดสายตาเลยจริงๆ"
"..."
"..."
"ช่วยให้ได้" จีฮเยพูดหลังจากเงียบไปซักครู่ เธอเงยหน้าขึ้นพลางมองยุนโฮด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น
"?"
"ฉันจะช่วยพี่สะใภ้ให้ได้"
"ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง และเธอก็ควรรู้ว่าตอนนี้ตัวเองควรทำอะไร" ยุนโฮพูดเสียงเย็น เขายังคงโกรธที่จีฮเยเห็นแก่ความสนุกของตัวเองจนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ และยังห่วงน้องสาวแสนดื้อ ที่ไม่เจียมตัวจะฝืนสังขารทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บเพื่อไปช่วยแจจุง
"..." จีฮเยนั่งนิ่ง เธอรู้ดีว่าที่ยุนโฮพูดแบบนี้เพราะอะไร
"เข้าใจแล้ว" พูดอกมาเสียงเบา
"ชางมิน พาจีฮเยกลับไปซะ"
"ครับนาย"
ร่างสูงหันไปมองลูกน้องกลุ่มใหญ่ที่ยืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ แววตาคมแววโรจน์ด้วยความโกรธและเย็นชา
ก่อนจะเอ่ยมาด้วยน้ำเสียงและท่าทาง...อย่างที่มาฟียควรจะเป็น
"ไปบุกพวก red dragon กัน!"
…………………….Winter Spring…………………….
เสียงดังรอบกาย ปลุกแจจุงให้ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
ร่างบางกระพริบตาสองสามครั้ง ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น ดวงตากลมโตจ้องมองไปรอบๆ ก่อนจะอุทานออกมาเบาๆเมื่อเห็นชายในชุดสีดำแดงยืนอยู่รอบตัวเขามากมาย
สมองประมวลเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาไปสวนสาธารณกับจีฮเย จากนั้นจีฮเยและเขาก็โดนคนพวกนี้ทำร้าย
อ๊ะ!
จีฮเยล่ะ!!!
แจจุงหันมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วอีกครั้ง และพบว่าในห้องนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากเขาและกลุ่มคนตรงหน้า
"ไม่อยู่หรอก" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากประตูหนาเรียกให้ดวงตากลมต้องหันมอง
ชายร่างสูงคนหนึ่งยืนอยู่ที่ประตูนั้น ชายหลายคนในห้องโค้งคำนับให้เขา ซึ่งแจจุงพอจะเดาได้ทันทีว่าชายคนนั้นคงเป็นคนของแกงค์นี้เหมือนกัน
"ออกไปได้แล้ว" เขาออกคำสั่ง และภายในไม่กี่วินาทีกลุ่มชายชุดดำแดงทั้งหมดก็ออกไปจากห้อง
"..."
"ชองจีฮเยไม่อยู่ที่นี่หรอก ไม่ต้องมองหาให้เสียเวลา" เขาเอ่ยอีกครั้งเมื่อเห้นแจจุงยังคงมองไปรอบๆและเพ่งหาบางสิ่งบางอย่างอย่างเอาเป็นเ
าตาย
"หมายความว่ายังไง?" ร่างบางถาม
"หมายความว่าชอง จีฮเยไม่ใช่คนสำคัญที่ฉันจะต้องจับตัวมา" ชายคนนั้นเอ่ยเสียงเรียก เขาเดินเข้ามาใกล้แจจุง ในขณะที่ร่างบางเอาแต่ถอยหนีด้วยความหวาดกลัว
"นายเป็นใครกันแน่!" แจจุงตะโกนออกไป ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความกลัว
"ฮวา เฮนริค หัวหน้าแกงค์ Red Dragon ศัตรูของชอง ยุนโฮไงละ"
แกงค์ Red dragon?
ศัตรูของยุนโฮ...มาเฟีย!!
"...ตะ...ต้องการอะไร" น้ำเสียงที่เปล่งออกมาของแจจุงฟังดูสั่นสะท้าน ร่างบางรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นเมื่อเฮนริคแสยะยิ้มออกมาบางๆราวกับสนุกที่ได้เห็นเขาต
วสั่นอยู่ตรงหน้า
"อย่าทำหน้าเหมือนกลัวฉันขนาดนั้นสิ...นายเป็นตัวประกันชั้นดีเชียวนะ" เฮนริคจับแขนของแจจุงเอาไว้ก่อนจะออกแรงบีบจนร่างบางร้องออกมา
"โอ๊ย!!"
"อย่าสำออยไปหน่อยเลยน่า ฉันไม่ได้บีบแรงขนาดนั้นซักหน่อย" เฮนริคพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ "...อันที่จริง นายน่าจะชินกับการอยู่แบบมาเฟียได้แล้ว"
"ปล่อยฉันนะ!"
"ปล่อยได้ยังไง บอกแล้ว...ว่านายเป็นตัวประกันชั้นดี อีกไม่นานไอ้ยุนโฮมันต้องวิ่งแจ้นมาที่นี่แน่"
"เขาไม่มาหรอก!"
"จริงเหรอ? คนสำคัญที่สุดในชีวิตของมันอยู่กับฉัน...มันจะไม่มาได้ยังไง"
"นายจับผิดคนแล้วละ ฉันไม่ใช่คนสำคัญของยุนโฮ!"
"คิม แจจุง...รักแรกและรักสุดท้ายของชอง ยุนโฮ คนที่มันยอมทำดีแบบที่ไม่เคยทำให้ใครมาก่อน ยอมก้มหัวให้ ยอมโดนตบหน้าโดยไม่ตอบโต้ ฮะฮะ น่าขำนะ เนี่ยนเหรอไม่สำคัญ!" คำพูดของเฮนริคทำเอาแจจุงสะอึก
...เขารู้...
"...น่ะ...นายจะทำอะไรเขา!"
"...อยากรู้จริงๆเหรอ" แววตาและคำพูดของเฮนริคดูเย็นชาเสียจนน่ากลัว จนแจจุงอยากจะเบือนหน้าหนี หากไม่เพราะฮวา เฮนริคกำลังจับใบหน้าของเขาเอาไว้แน่น
"ฉันจะ..." ลมหายใจร้อนปะทะอยู่ตรงปลายจมูก ในขณที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นเขยิบเข้าใกล้จนมองไม่เห็นสิ่งใดนอกเสียจากดวงตาแสนเย็นชา
..
ปัง!!!
เสียงประตูที่เปิดออกอย่างรวดเร็วทำให้เฮนริคชะงักไปชั่วครู่ เขาหันไปมองลูกน้องที่ยืนหน้าตาตื่นอยู่ด้วยแววตาไม่พอใจ
"มีอะไร"
"มาแล้ว...แฮ่ก...แฮ่ก"
"?"
"ชอง ยุนโฮมันบุกมาถึงรังเราแล้วครับ!!!"
ช่วงวินาทีหนึ่ง แจจุงมองเห็นความเหี้ยมโหดและสะใจในแววตาของเฮนริค
"..บอกคนของเราให้เตรียมพร้อมตามแผน!"
"ครับ!"
"ได้เวลาสนุกแล้วคิม แจจุง"
"อย่า..."
"?"
"ได้โปรด...อย่าทำอะไรเขา"
กลายเป็นแจจุงที่อ้อนวอนและร้องขอ ร่างบางหลับตาแน่นปล่อยให้น้ำตาแห่งความหวาดกลัวทุกหยาดหยดไหลริน ในขณะที่ริมฝีปากอิ่มยังคงอ้อนวอน
"รู้อะไรไหม... เมื่อมันเข้ามารอบๆตัวของมันจะมีแต่กระบอกปืนจ่อมันอยู่"
"..ม่ะ...ไม่"
"ฉันจะฆ่ามันเสียเดี๋ยวนี้ก็ได้...แต่มาเฟียอย่างพวกเราไม่เคยกลัวตาย …"
"..."
"ฉันเลยคิดวิธีที่สนุกกว่าการจ่อปืนใส่ชอง ยุนโฮได้"
"..."
"เลิกกับมันซะ"
"..." อะไร...นะ?
"ฉันจะเปิดโอกาสให้มันเข้ามาหานาย...ล่อให้มันเข้ามาติดกับ"
"มะ..."
"ถ้านายไม่ยอมบอกเลิกมันละก็...ฉันจะสั่งให้ลูกน้องยิงมันทิ้งทันที"
"...ไม่...ไม่นะ!"
"วิธีการของฉันดูเจ็บปวดมากกว่าที่จะปล่อยให้มันตายเฉยๆใช่ไหมหล่ะคิม แจจุง...มันคงเจ็บปวดเจียนตายถ้าได้ยินนายบอกเลิก"
"...ฮึก!" แจจุงร้องไห้อกมาเบาๆ มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว
เฮนริคเดินเข้าประชิดตัวร่างบางก่อนจะจุมพิษลงบนเรือนผมนุ่มแผ่วเบา ท่าทีอ่อนโยนนั้นช่างไม่เข้ากับคำพูดที่เขาเอ่ยเลยแม้แต่น้อย
"อย่าร้องสิคนสวย...เก็บน้ำตาของนายเอาไว้ร้องไห้ตอนไอ้ยุนโฮมันซมซานกลับไปเถอะ"
...ยุนโฮ...
…………………….Winter Spring…………………….
ฮวา เฮนริคพาแจจุงออกมาจากห้องแคบๆที่ขังร่างบางเอาไว้ เขาพาแจจุงมาอยู่ในห้องโถงใหญ่ของรัง ก่อนจะชี้ชวนให้ร่างบางดูลูกน้องของ red dragon หลายสิบคนที่แอบซ่อนอยู่ตามเงามืด
"ถ้านายขัดขืน...ไม่ยอมเล่นตาแผนของฉัน...ไอ้ยุนโฮจะตายทันที"
"..."
"ถ้านายร้องไห้ หรือทำพิรุธอะไรให้มันจับได้...มันก็ต้องตายเหมือนกัน เข้าใจไหมคิม แจจุง"
"..." แจจุงยืนนิ่งไม่ตอบคำถาม
"คิม แจจุง!!!" เฮนริคตะคอกเสียงดัง แววตาดุดันจ้องมองแจจุงอย่างฉุนเฉียว
"..เข้าใจ.."
"ดีมาก" อาการเรียบเฉยของแจจุงทำให้เฮนริคพอใจ เขาดุงร่างบางเข้ามาใกล้ พลางโอบกอดเอาไว้หลวมๆ
"มันมาแล้วครับนาย!" เสียงลูกน้องตะโกนบอกดังลั่น
แจจุงสะดุ้งเฮือกเผลอกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว...
"มองมันเอาไว้ดีๆละ...รู้อะไรไหม มันฝ่าลูกน้องกว่า 20 คนของฉันเข้ามาด้วยตัวเอง ตามเงื่อนไขที่ฉันวางไว้...เพื่อช่วยนาย"
"...!"
"คงไม่อยากให้มันตายใช่ไหม?"
"...อึก!"
"เข้าใจสินะ..คิม แจจุง"
ปัง!!!!
ประตูของห้องโถงใหญ่เปิดออกอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือยุนโฮที่ดูสบักสบอมแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ใบหน้าคมที่ปรากฏรอยยิ้มราวกับเด็กน้อยยามที่ได้เห็นเขาทำเอาความรู้สึกบางอย่างพุ่ง
ึ้นมาจนจุกอก
นายต้องทำได้...แจจุง
ต้องทำได้...
"แจจุง" น้ำเสียงแรกที่ยุนโฮเรียก แม้ฟังดูแหบห้าว แต่กลับอ่อนโยนมากกว่าน้ำเสียงของใครคนไหน
พระเจ้า...
ทำไม...
"นาย...มาทำไม"
ไม่รู้ว่าน้ำเสียงที่ใช้พูดออกไปจะสั่นเครือมากซักเท่าไหร่
ไม่รู้ว่าดวงตาของตัวเองจะฉ่ำชื้นไปด้วยน้ำตามากซักเพียงใด
แต่...อย่าร้องไห้
ห้ามร้องเด็ดขาดนะแจจุง
"...ฉันมารับนาย" สีหน้าของยุนโฮดูงุนงงและสับสน
"มาทำไมเอาป่านนี้?" ละครฉากเล็กๆของแจจุงกำลังเริ่มต้นขึ้น ร่างบางกำมือแน่นในขณะที่เริ่มคิดถ้อยคำร้ายกาจมากมายในหัว...แต่ทั้งหมด เพื่อยุนโฮ
"แจจุง..." แววตาเว้าวอนยามได้สบตา ยิ่งทำให้แจจุงต้องกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแรงๆ เพื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้
"กลับไปซะ"
"หา?"
"ฉันบอกให้กลับไปไง!!!"
"..."
"นายมาตอนนี้ก็สายไปแล้ว..."
"เอ๋?"
"คนอย่างนายน่ะ คนที่ไม่มีกำลังแม้แต่จะปกป้องฉันอย่างนาย!"
"แจจุง" ชื่อที่หลุดออกมาจากปากยุนโฮฟังดูเบาหวิว แจจุงกลืนน้ำลาย พลางกลั้นลมหายใจเอาไว้
ได้โปรด...
อย่าเพิ่งไหลตอนนี้...
ได้โปรด...
"ต้องให้อธิบายชัดๆไปเลยสินะ คนโง่อย่างนายถึงจะเข้าใจ"
"..."
"ตลอดเวลาที่ฉันอยู่กับนาย ฉันไม่เคยมีความสุขเลย...มันเหมือนกับอยู่ในขุมนรก"
"..."
"ความรุนแรงที่นายทำกับฉัน มันเจ็บจนฝังอยู่ในหัวใจ ท่าทางงี่เง่าของนายเวลาที่ฉันบอกหรือสอนอะไร...มันไม่ได้ดั่งใจฉันเลยซักอย่าง"
"..."
"ต่อให้นายพยายามซักแค่ไหน...ฉันก็ไม่มีวันรักนายได้"
"..."
"...และตอนนี้" แจจุงสูดลมหายใจอีกครั้ง "ฉันได้เจอกับคนที่ฉันรักแล้ว"
"...แจ..."
"ฉันรักเขา"
"...อะ...ไรนะ?"
"ฉันรักฮวา เฮนริค"
"...แจจุง.."
"เขาดีกับฉันมาก และเขาไม่เหมือนนาย ไม่เลยซักนิด ฉัน...รักเขาแล้วจริงๆ"
"..."
"ถ้านายอยากให้ฉันมีความสุข ก็กลับไปซะ" ประโยคยืดยาวที่แจจุงกลั้นใจพูดทั้งหมด กำลังจะทำให้ร่างบางเป็นบ้า เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแผ่วลงจนเจ็บดังก้องอยู่ในประสาต...แทบไม่รับรู้เสียงอื่
ใด...นอกจากเสียงของยุนโฮ
"...ไม่" แววตาและท่าทีอันเด็ดเดี่ยวของยุนโฮยามพูดคำนั้นทำเอาร่างบางอยากจะเข้าไปกอด...และร
ำไห้
หากแต่...ทำไม่ได้
ทำไม...ทำไมนายถึงไม่ยอมกลับไป
ฉันต้องเจ็บปวดมากเท่าไหร่...เพื่อปกป้องนายรู้ไหมคนโง่
...ได้โปรด...กลับไป
"ปล่อยฉันไปซักที!!!!" แจจุงตะโกนออกไป ดวงตากลมโตจ้องมองร่างสูงที่กำลังจ้องมองมาเช่นกัน สีหน้าของยุนโฮดูเจ็บปวด...มากซะจนแจจุงเองแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
นี่...
ถ้ามีคนถามฉันว่าใครที่โง่ที่สุดในโลก
ฉันจะตอบว่านายล่ะ...ชอง ยุนโฮ
คนโง่...ทำไมนายถึงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองฉัน
ทำไมนายถึงไม่รู้ว่าน้ำเสียงของฉันมันสั่น...มากขนาดนี้
ทำไมนายถึงไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันพูดออกไป...ล้วนแต่หลอกลวง
คนโง่...คนโง่...คนโง่....
ทำไมนายถึงไม่รู้...ว่าฉันรักนาย
"จริงเหรอ ..." น้ำเสียงของร่างสูงสั่นสะท้าน ริมฝีปากหยักบัดนี้สั่นระริกจนควบคุมแทบไม่อยู่
"..." ไม่...ได้โปรด
"ถ้าฉันปล่อยนายไป...นายจะดีใจจริงๆ เหรอ?"
"...."
"นายเคยบอกว่า 'ความสุข' คือสิ่งที่คนรักจะมอบให้กัน"
"..." มองตาฉันสิ...มองฉันสิ! คนโง่! มองฉัน แล้วรู้ซักที ว่าฉันรักนายมากแค่ไหน...ได้โปรด...
"นายบอกว่าจะมีความสุขถ้าฉันปล่อยนายไป"
"..."
"จะมีความสุข...จริงๆใช่ไหม?"
"..."
"แจจุง...จะมีความสุขใช่ไหม? ถ้าอยู่กับเขา" แววตาเว้าวอนที่ร่างสูงจ้องมอง กำลังจะทำให้แจจุงทนไม่ไหว น้ำมามากมายพร้อมจะไหลทะลัก สองขาเรียวพร้อมจะวิ่งเข้าไปหา ริมฝีปากพร้อมกับพร่ำพูดคำรัก...
"...มะ...อ๊ะ!!!" ทว่า เฮนริคกลับคว้าตัวแจจุงไว้พร้อมกับประทับริมฝีปากลงบนกลีบบางปากอย่างหนักหน่วง กลิ่นกายของชายที่ไม่ใช่ยุนโฮลอยขึ้นมาแตะจมูก ปลายลิ้นอุ่นที่ไม่เคยปรารถนากำลังไล้เลียริมฝีปากจนชุ่มช่ำ
มัน...ช่างน่าขยะแขยงนัก ในความรู้สึกของแจจุง
อาจเพราะริมฝีปากที่ประทับลงไปมันแห้งผาก
ฤาริมฝีปากที่ประทับลงไปนั้นแตกกร้าน
พระเจ้า...
พระเจ้า...
ริมฝีปากนั้นเคลือบไว้ด้วยยาพิษหรือไร...ใยจูบจึงขมขื่นถึงเพียงนี้…
"นี่คงจะเป็นคำตอบให้แกได้ ชอง ยุนโฮ" เฮนริคพูดเสียงกร้าว หลังจากถอนริมฝีปากออกจากกลีบปากบางแล้ว
แจจุงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองอะไร หรือใคร นอกจากพื้น เพราะเขากลัว...
กลัวเห็นความผิดหวังในสายตาของร่างสูง
กลัวเห็นความเกลียงชังในสายตาของยุนโฮ
เขากลัว…
"หึ..." จู่ๆเฮนริคก็หัวเราะออกมาเบาๆ เขาขยับเข้าใกล้พลางโอบกอดแจจุงไว้ มือใหญ่เชยใบหน้าหวานให้เงยขึ้นพร้อมกับกระซิบข้างหู
"มองหน้ามันสิ"
"..." ไม่..
"นายเห็นอะไรไหม?"
"..." ไม่...
"มองสิคิม แจจุง..."
"!!!!!!!!!"
ไม่...
ไม่จริง...
ไม่จริงใช่ไหม...
ยุนโฮ...
ฉันอยากจะกลายเป็นคนตาบอด ที่ไม่เห็นสิ่งใด อยากกลายเป็นคนหูหนวกที่ไม่ได้ยินอะไร...
ยุนโฮ...คนโง่
ทำไม...
ทำไม...ต้องร้องไห้เพื่อฉัน
ฉัน...
ฉัน...
"มองสิ..." เฮนริคกระซิบ"ชอง ยุนโฮกำลังร้องไห้...เพราะนาย"
"...ได้..."
"..."
"ได้โปรด…ได้โปรด" แจจุงเบือนห้าหนีจากภาพตรงหน้า ร่างบางอ้อนวอนเฮนริคด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ได้โปรด...อย่าให้ฉันมองเขาอีกเลย
อย่าให้ฉันเห็น...ว่าเขาเจ็บปวดเพราะฉันยังไง
"เชิญแกกลับไปได้แล้ว" ดูเหมือนเฮนริคจะมีความเมตตาต่อร่างบางอยูบ้าง เขาโอบกอดแจจุงไว้ ก่อนจะสั่งลูกน้องให้ลากตัวยุนโฮออกไปเมื่อร่างสูงเอาแต่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานซักเท่าไหร่...จนกระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างเงียบลง
ลูกน้องของแกงค์ Red dragon ทั้งหมดเดินออกไปจากห้อง เหลือไว้เพียงเฮนริคและแจจุงเอาไว้
"...นายช่วยชีวิตมันไว้" เฮนริคเอ่ย
"..."
"แผนของฉันสำเร็จแล้ว"
"..."
"ไอ้ยุนโฮคงเจ็บซะยิ่งกว่าตาย" สีหน้าของเขาดูสะใจจนบรรยายออกมาไม่ถูก เฮนริคหัวเราะน้อยๆเมื่อนึกถึงใบหน้าของยุนโฮยามหลั่งน้ำตา...ในที่สุดฉันก็จะก้าวนำ
ก...ฉันก้าวนำแกแล้วชอง ยุนโฮ
"...ขอ.." แจจุงเอ่ย ร่างบางสะบัดตัวหลุดจากอ้อมกอดของเฮนริคที่ขยะแขยงเสียยิ่งกว่าอะไรออกไป ก่อนจะยืนก้มหน้านิ่ง
"?"
"ขอฉันอยู่ที่นี่คนเดียว...แค่ซักครู่ก็ยังดี"
"...เชิญตามสบาย" เฮนริคเอ่ย เขาปล่อยมือจากร่างบางพร้อมกับเดินออกไปเงียบๆ
แจจุงทรุดตัวลงกับพื้น สองมือเรียวยกขึ้นโอบกอดตัวเองช้าๆ
โกหก...
ที่พูดไปทั้งหมด ฉันโกหก...
นายรู้ไหม?
รู้บ้างรึเปล่าชองยุนโฮ...
ตลอดเวลาที่ฉันอยู่กับนาย ฉันไม่เคยมีความสุขเลย...มันเหมือนกับอยู่ในขุมนรก
"...ฮึก...ฉันมีความสุขมากต่างหาก อึก!...จะนรกหรือสวรรค์ก็ไม่เห็นเป็นไร ฮึก! ต่อให้นายเป็นซาตานรึเทพ ฉันก็ไม่แคร์"
ต่อให้นายพยายามซักแค่ไหน...ฉันก็ไม่มีวันรักนายได้
"รัก...ฮึก!...ฉันรักนายจนจะบ้าตายอยู่แล้ว คนโง่...คนโง่"
ทำไม...
ทำไม..นายถึงต้องเสียน้ำตา...เพราะฉัน
ทำไม...
"ฮือ!!!..." แจจุงกรีดร้องสุดเสียง ปลดปล่อยน้ำตามากมายให้ไหลออกมาทุกหยาดหยด
เจ็บปวด...จนรู้สึกเหมือนลมหายใจขาดหายไป...
นี่...
ถ้ามีคนถามฉันว่าใครที่โง่ที่สุดในโลก
ฉันจะตอบว่านายล่ะ...ชอง ยุนโฮ
คนโง่...ทำไมนายถึงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองฉัน
ทำไมนายถึงไม่รู้ว่าน้ำเสียงของฉันมันสั่น...มากขนาดนี้
ทำไมนายถึงไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันพูดออกไป...ล้วนแต่หลอกลวง
คนโง่...คนโง่...คนโง่....
ทำไมนายถึงไม่รู้...ว่าฉันรักนาย
ทำไม...
…………………….Winter Spring…………………….
เพราะอะไร?
ฉันไม่เข้าใจเลย...
ไม่เข้าใจทุกสิ่งที่นายเคยสอน
ไม่เข้าใจว่าแบบไหน...คือรัก ในแบบที่นายต้องการ
ไม่เข้าใจว่าต้องทำตัวแบบไหน...นายถึงจะยิ้มได้
เพราะตัวฉันโง่เขลาจนเกินไป
เพราะตัวฉันไม่อาจเข้าใจในความอ่อนโยน
หรือเพราะอ้อมกอดของฉัน...มันโอบกอดนายไว้ไม่แน่นพอ
เพราะอย่างนั้นใช่ไหม...?
นายถึงได้จากไป...ทิ้งฉันไว้เพียงลำพัง
…………………….Winter Spring…………………….
TBC...
posted on 21 Aug 2008 13:27 by diomedes
Talk: และแล้วมันก็เสร็จจนได้คะ (ฮ่าฮ่า) หน้าปกของ Winter Spring (เย้!) อาจไม่ใช่หน้าปกที่สวยชวนฝันอย่างที่หลายๆคนคาดไว้ แต่สำหรับตัวเรดเอง เท่านี้ก็พอใจแล้วละคะ
มันค่อนข้างจะมืดมน (เข้ากับคอนเสปของเรื่องเน๊อะ) แต่ว่า...ใช่ว่าข้างนอกมืดมนแล้วข้างในจะมืดมนตามไปด้วย?
หน้าปกหนังสือเล่มนี้บอกอะไรได้หลายๆอย่างนะคะ เช่น มันเหมือนกับยุนโฮไง ยุนโฮที่ภายนอกดูน่ากลัว แท้จริงแล้วข้างในอ่อนโยน ใจดี และใสซื่อ(บื้อ)ไม่ต่างไปจากเด็ก (ทุกคนคิดอย่างนั้นไหมเอ่ย?)
ฮ่าฮ่า เรดชอบมากที่หน้าปกนิยายเล่มนี้มีทั้งสองด้าน (ด้านยุนแจและด้านเซียมิกมิน)
เอาละคะ เกี่ยวกับบทนี้ไม่มีอะไรมากมาย นอกจากเหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มเข้าใกล้จุดจบมากขึ้นทุกๆที และสำหรับคนที่คาดเดามาตั้งแต่ต้นว่าน้องจีฮเยจะร้าย...แหม่...บอกไม่ได้ ต้องไปอ่านเอาเอง^^ (ฮ่าๆ)
อธิบายก่อนว่า จีฮเยเป็นผู้หญิงที่แรง แต่ไม่เคยเลว ชอบขู่แต่ไม่เคยทำจริง ง่ายๆก็คือผู้หญิงธรรมดาๆที่ชอบลองดีนั่นเอง
อยากรู้จักจีฮเยให้ดีขึ้น เข้าใจเธอให้มากขึ้น(อารมณ์คาดเดายาก) ติดตามได้ในตอนพิเศษ (ที่เพิ่งคิดจะเขียน - -"เพราะเจ๊ซินรีเควส) ได้ในหนังสือจ้า
ช่วงนี้เรดเรียนหนักมากถึงมากที่สุด เหนื่อยแบบสุดตรีนไปเลย -*- วันๆเอาแต่แต่งฟิค อ่านหนังสือ แต่งฟิค อ่าหนังสือ ไม่ได้หลับได้นอน กร๊ากกก
ยังคงเปิดจอง Winter Spring เหมือนเดิมนะคะ^^ ใครสนใจก็ >>> http://diomedes.exteen.com/20080814/tvxq-vol-5-winter-spring
หมายเหตุ* ใครที่เข้าบล็อคไม่ได้ สามารถเมลล์สั่งจองได้ที่ Bojea_yunyun@hotmail.com)
จองได้ถึงวันที่ 25 สิงหาคมนี้จ้า
พิเศษ สำหรับคนที่ต้องการหนังสือแต่ยังไม่พร้อมโอนเงิน เรดเปิดจองWinter Spring รอบ 2 จ้า ^^ โดยเปิดให้จองและโอนเงินตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม - 10 กันยนยนจ้า (ส่งทางไปรศนีย์เท่าน้น)
ใครสนใจก็สามารถคอมเมนท์ทิ้งไว้ ณ ตอนนี้ได้เลยน๊า^^ (ใช้แบบฟอรฺมเดิมเหมือนรอบแรก) และกรุณาวงเล็บท้ายแบบฟอร์มด้วยว่า จอง รอบ 2 นะงับ^^
OPV Winter Spring http://www.youtube.com/watch?v=QTtdbS56WXw
Winter Spring 07
บนโลกนี้มีสิ่งที่ทุกคนเฝ้าปรารถนา อยากได้มาครอบครอง
มากมายเสียจนไม่รู้ว่า แท้จริงแล้ว สิ่งที่ต้องการจริงๆคืออะไรกันแน่
ฉันเอง...ก็เป็น 1 ในคนพวกนั้น
แต่...เพราะฉันขลาดเขลาจนไม่กล้า
หวาดกลัวจนไม่อาจนึกฝัน
...ฉันไม่เคยกล้าหวัง…
เพราะรู้ว่าถึงแม้จะหวังมากซักแค่ไหน...ก็ไม่เคยได้สิ่งที่ต้องการกลับมา
…………………….Winter Spring…………………….
คิม จุนซูนั่งขดตัวอยู่ตรงริมระเบียง แสงสว่างของจันทร์เต็มดวง สาดส่องจนแม้ห้องที่ไม่เปิดไฟยังสว่าง ร่างโปร่งถอนหายใจออกมาแผ่วเบา
...คิดถึง...
แม้จะรู้ดีว่าไม่อาจเอื้อม แต่ก็อดคิดถึงไม่ได้
ตอนนี้...แจจุงจะยังยิ้ม...และหัวเราะรึเปล่านะ?
"ไม่สบายอีกแล้วเหรอ?"
น้ำเสียงทุ้มที่ดังขึ้นแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงทำเอาจุนซูตกใจเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองดวงจันทร์เช่นเดิม
"เปล่าหรอก" พูดตอบสั้นๆ ก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วนมอุ่นจากอีกฝ่าย
ปาร์ค ยูชอนนั่งลงตรงอีกฟากหนึ่งของระเบียง พลางจ้องมองผู้คนมากมายที่เดินไปมากลางแสงสว่างของดวงจันทร์
"แจจุงเป็นยังไงบ้าง?" จุนซูเอ่ยถาม ร่างเล็กจิบนมอุ่นก่อนจะวางมันลงข้างๆตัว และยกมือขึ้นถูกันช้าๆ
"...สบายดีมากๆ ตอนเช้าฉันเข้าไป เห็นแจจุงหัวเราะเพราะนายใหญ่หลายครั้ง"
"มีความสุขใช่ไหม?"
"อืม"
"งั้นเหรอ?" จุนซูแค่นยิ้มพลางหัวเราะ ในขณะที่ยูชอนทำหน้าบึ้งก่อนจะสบทออกมาเบาๆ
"ยังจะรักอยู่อีกเหรอ?" ร่างสูงถาม ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้จุนซู ในขณะที่จุนซูก้มหน้าลงมองพื้น
"เขาเป็นรักแรกของฉัน"
"ฉันรู้"
"..."
"...หนาวไหม?" ยูชอนถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายสั่นสะท้าน
"อืม...หนาวสุดๆเลย" จุนซูเงยหน้าและยิ้มตอบ ในขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
"กอดไหม?"
"ฉันรออยู่นานแล้ว"
ยูชอนขยับตัวพลางวาดแขนโอบกอดร่างเล็กเอาไว้ เขาซบหน้าลงกับลาดไหล่ของจุนซู ในขณะที่จุนซูปลดปล่อยน้ำตาทุกหยาดหยดลงบนเสื้อของยูชอน
จุนซูไม่เข้าใจ และไม่คิดจะทำความเข้าใจกับความสัมพันธ์อันคลุมเครือของเขาและยูชอน มันผ่านมาเป็นเดือนแล้วนับตั้งแต่แจจุงหายไปตัวไป เขาต้องทำใจและยอมรับว่านับตั้งแต่นี้ จะไม่มีแจจุงคอยปลอบโยนเวลาเขาเสียใจ ไม่มีแจจุงคอยดูแลและเอาใจใส่เวลาที่เขาต้องอยู่เพียงลำพัง
เขายอมรับ...และยอมรับว่าตอนนี้คนที่เคียงข้างเขาไม่ใช่แจจุงหากแต่เป็นยูชอน
ผู้ชายที่ก้าวเข้ามาในชีวิตอันสับสนของเขา ยูชอนที่ทำร้ายเขาอย่างทารุณตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน บังคับขืนใจ...ครั้งแล้วครั้งเล่า และจบลงด้วยการมอบอ้อมกอดอันอบอุ่นที่ปกป้องเขาจากความเจ็บปวดทั้งมวล
เขาไม่อาจบอกได้ว่ารู้สึกกับยูชอนยังไง ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดนี้จะดำเนินไปถึงเมื่อไหร่ แต่เขาสามารถพูดได้เต็มปากว่า เวลานี้เขาขาดยูชอนไม่ได้
ยูชอนอาจไม่ได้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเขา...และถึงแม้จะไม่ใช่แสงสว่าง แต่ก็เป็นความมืดที่เขาปรารถนา
หากแต่…เขาก็ไม่อาจหยุดรักแจจุงได้
"นายรักเขาข้างเดียวมานานแล้ว...เมื่อไหร่จะหยุดซักที" ร่างสูงเอ่ยขึ้นหลังจากกอดคนตัวเล็กมาเนิ่นนาน แขนเสื้อที่เริ่มเปียกชื้นทำเอาหัวใจเขารู้สึกเจ็บปวดอีกครั้ง
ตลกนัก...ทั้งที่ครั้งแรกทำร้ายอยากฆ่าให้ตาย ครั้งต่อมาก็บังคับขืนใจให้ตกเป็นของกันและกัน ทว่า...เมื่อทุกอย่างมาถึงจุดจุดนี้ ไม่มีอะไรขยับไปไหน สิ่งเลวร้ายที่ได้ทำมาเหมือนเป็นแค่ภาพถ่ายที่คนเคยไร้หัวใจอย่างเขาเอาไว้ระลึกถึง
สุดท้ายแล้วสิ่งที่มองเห็นตอนนี้ มีแค่เขากับจุนซูที่โอบกอดกัน เพื่อป้องกันอีกอีกฝ่ายจากความเจ็บปวดเอาไว้
หลังจากตอนนั้น...ที่เขาตัดสินใจกลับมา
เขายอมรับฟังเสียงหัวใจของตัวเองมากขึ้น แสงสว่างจากจุนซูสาดส่องเขามาไขหัวใจที่ถูกปิดตายของเขาให้เปิดออก
น่าขำ ยูชอนอยากจะหัวเราะออกมา ถ้าไม่ติดว่าจุนซูยังคงร้องไห้อยู่
น่าขำจริงๆ...
แม้...ยอมรับฟังหัวใจตัวเองแล้วยังไง?
สุดท้าย...เขาก็ไม่ได้รักแม้แต่น้อย
"ฉันจะพยายามหยุด" ร่างเล็กตอบคำถาม หลังจากหยุดร้องไห้พักใหญ่
"หยุดเหรอ?"
"อืม...ฉันจะพยายามตัดใจจากแจจุงเสียที"
"..."
"..."
"...คงยาก..." ยูชอนพูด
"นายรู้ได้ยังไง?"
"...ฮะฮะ"
แทนที่จะตอบคำถามยูชอนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ร่างสูงปั้นหน้าเหยเกเมื่อถูกจุนซูทุบอกสองสามครั้ง
"นายหัวเราะอะไรของนาย" จุนซูเค้นถาม มือเรียวกระชากคอเสื้อของยูชอน ในขณะที่ร่างกายทั้งหมดก็ทับอยู่บนตัวของร่างสูง
"ฉันแค่อยากหัวเราะ" ดวงตาคมที่ฉายแววขี้เล่ห์และอ่อนโยนทำให้จุนซูรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
"จริงเหรอ?"
ไม่จริง...
ฉันไม่ได้อยากหัวเราะนาย...เพราะมันเหมือนกำลังหัวเราะตัวฉันเองด้วย
นายกับฉัน...ต่างก็เหมือนกัน
ตัดใจหรือ...
จะตัดใจอย่างนั้นหรือ?
ถ้ามันทำได้ง่ายอย่างที่นายพูด
....ฉันคงเลิกรักนายได้แล้ว...
"ไม่จริงหรอก" ตอบพร้อมกับทำหน้าทะเล้นแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนให้อีกฝ่ายเห็น
"ปาร์ค ยูชอน!" จุนซูร้องตะโกนพร้อมกับทำท่าจะตียูชอนอีกหน แต่ร่างสูงกลับไวกว่า เขาคว้ามือของจุนซูเอาไว้ ก่อนจะแตะริมฝีปากลงบนหลังมือขาวแผ่วเบา
ดูเหมือนจุนซูจะตกใจกับการกระทำนั้น ร่างเล็กนั่งนิ่งบนตัวของยูชอน ดวงตาเรียวเล็กเสไปมองทางอื่นเมื่อร่างสูงจ้องมองมา
"ฉันขอโทษ"
"..."
"ฉันรู้ว่าที่ผ่านมา มันมาก...จนเกิดให้อภัย"
"..."
"ฉัน...ขอโทษ"
ทั้งๆที่อยากบอกอะไรอีกตั้งมากมาย อยากอธิบายความรู้สึกทั้งหมดที่เขามี แต่...ไม่รู้จะพูดยังไง
ต้องใช้คำพูดตรงไปตรงมา หรือสวยหรูมากซักเท่าใด?
การจะบอกว่ารักใครซักคน...ต้องทำแบบไหน?
เขาไม่รู้เลยจริงๆ
"...ฉัน...จะพยายาม" จุนซูพูดออกมาเบาๆ ดวงตาเรียวที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาอีกครั้งทำให้ยูชอนรู้ว่า แค่พูดให้จุนซูนึกถึงความทรงจำเลวร้ายนั่นร่างเล็กก็เจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว
"จุนซู"
"..." จุนซูโน้มตัวลง ใบหน้าเนียนฝังลงตรงซอกคอของยูชอนในขณะที่แขนเรียวก็โอบรอบคอร่างสูงเอาไว้แน่น
"จุนซู"
"แค่กอดฉันไว้..."
"..."
"ให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว..."
"..."
"แค่นั้นก็พอแล้ว"
ยูชอนเก็บคำพูดและความรู้สึกมากมายใส่ที่เดิมที่มันเคยอยู่...เขายกมือขึ้นโอบรอบตัว
ุนซูและกอดเอาไว้แน่น
ริมฝีปากหยักกระซิบถ้อยคำปลอบโยนร่างเล็กทั้งที่ตัวเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน
ได้โปรด...เพราะฉันไม่รู้อะไร
ถึงได้ทำสิ่งเลวร้ายและสร้างความทรงจำอันเจ็บปวดไว้ให้นาย
เพราะฉันมัวโง่เขลาและงมงาย
เพราะสุดท้ายแล้ว...ฉันเพิ่งรู้ตัว
...ฉัน...
อยากจะอ้อนวอนร้องขอ...โปรดอภัย
"ฮึก...ทำไม" เสียงสะอื้นหลุดออกมา เมื่อจุนซูร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ
"..."
"ทำไมนายต้องแย่งเขาไป" มือเรียวทุบลงบนอกกว้าง ในขณะที่ยูชอนได้แต่หลับตาและยอมรับมันด้วยความเต็มใจ
"..."
"ทำไมนายถึงใจร้ายนัก..."
"จุนซู" เอ่ยกระซิบเรียกชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา ความรู้สึกอึดอัดทั้งหลายพุ่งเข้าใส่ราวกับถูกทิ่มแทงด้วยมีดเล่มเล็กๆนับพัน
"...ฮึก...ทำร้ายฉันสารพัด"
"..." ฉัน...ไม่ได้ตั้งใจ
"ทำไม"
"..." อภัย...โปรดอภัยให้คนโง่อย่างฉัน
"ทำไมต้องแย่งแจจุงไป...เขา...รักแรกของฉัน...ฮึก!"
เสียงสะอื้นและคำพูดของจุนซู เหมือนมีดกรีดแทงลงไปทั้งใจ
ยูชอนรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ หากแต่แทนที่เขาจะต่อว่า ร่างสูงกลับพึมพำคำขอโทษซ้ำไปซ้ำมาราวกับตุ๊กตาไร้หัวใจ
รักแรกของนาย...อย่างนั้นหรือ?
ยูชอนหลับตาลงอย่างเจ็บปวด
แล้วฉันละ?
ฉันเองก็เป็นศัตรูคนแรกของนาย
แล้วทำไม?
เพราะอะไร?
...ถึงไม่รักฉันบ้าง?...
…………………….Winter Spring…………………….
"เจอแล้ว ลูกแมวดื้อ"
แจจุงมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความสงสัย
เธอเป็นใคร? แล้วใคร...คือลูกแมวดื้อ
"ฉันว่าแล้วเชียว ว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆ แต่ไม่คิดว่าพี่จะเก็บลูกแมวอย่างเธอไว้ในบ้านเลย" เธอหัวเราะคิกคักเบาๆ ก่อนจะใช้ดวงตากลมโตจ้องมองแจจุง
"พี่?" ร่างบางทวนคำ ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่
"อ่อ ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวอีกเหรอ? ฉันชอง จีฮเย น้องสาวคนเดียวของชอง ยุนโฮไง" หญิงสาวร่างเพรียวตรงหน้าตอบยิ้มๆ เธออยู่ในชุดเดรสโฉบเฉี่ยวสีแดงเปรี้ยวจี๊ด ผมซอยสั้นแต่ดูเก๋ไก๋รับเข้ากับใบหน้าทำให้เธอยิ่งดูเหมือนตุ๊กตาตัวน้อยๆ
ทว่า...รอยยิ้มและท่าทีที่เหมือนราวกับถอดแบบมาจากยุนโฮ...ช่างไม่เข้ากับเธอเสียเลย
"มองอะไรนักหนา?" จีฮเยถามเมื่อแจจุงยังคงจ้องเธอไม่วางตา
"ขะ...ขอโทษ" ท่าทีเอาเรื่องของหญิงสาวทำเอาแจจุงรีบพูดอย่างตกใจ ร่างบางยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าจีฮเย
"ฉันคิม แจจุง ยืนดีที่ได้รู้จักนะจีฮเย"
"...เขาว่าแมวดื้อเนี่ย มันจะชอบข่วนเวลาถูกบังคับใช่ไหม?" จีฮเยถามยิ้มๆ มือเรียวของเธอยกขึ้นก่อนจะดีดนิ้วสองสามที
"?" แจจุงมองท่าทีนั้นด้วยความประหลาดใจ
"งั้นถ้าฉันจัดการให้แมวดื้อสลบไป...ฉันก็คงไม่โดนข่วนสินะ?"
"เอ๋?...อ๊ะ!!!"
ผ้าสีขาวที่มีกลิ่นแปลกๆถูกโปะลงบนจมูกของแจจุงอย่างรวดเร็ว ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะดิ้นไปมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ร่างเล็กรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงถูกสูบหายไปเสียดื้อๆ ดวงตากลมโตหนักอึ้งจนแทบปิดสนิท สติเลื่อนลอยจนจับความอะไรไม่ได้ศัพท์ สิ่งสุดท้ายที่แจจุงได้ยินคือคำพูดพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูสนุกสนานสุดขีดของจี
เย
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะ...ลูกแมวน้อย"
...ยุนโฮ...
…………………….Winter Spring…………………….
ปัง!!!!
มือใหญ่ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ทำเอาบรรดาลูกน้องที่อยู่ในชุดสูทสีดำพากันหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว
"มันเก็บข้อมูลอะไรไปได้บ้าง..." ยุนโฮเอ่ยเสียงเย็น พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้โมโหไปมากกว่านี้ ดวงตาคมจ้องมองลูกน้องทีละคนช้าๆ ก่อนจะถามซ้ำอีกครั้ง
"ฉันถามว่ามันได้ข้อมูลอะไรจากเราไปบ้าง!!!!!" คราวนี้ในแววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาและเกรี้ยวกราด ยุนโฮพ่นลมหายใจออกมาจากริมฝีปากแรงๆ รู้สึกขัดใจหนักหนาที่ตั้งแต่มาถึงทุกคนก็เอาแต่เงียบ ทุกคนยอมรับความผิดที่ปล่อยให้แกงค์คู่แข่งอย่าง Red Dragon เข้ามาบุกถึงรังฝั่งอินชอนได้
"...เรื่องสาขาทางอินชอนบางส่วนครับ" ชายคนหนึ่งเอ่ยปากออกมา
"...แค่นั้นเหรอ!?" ถามก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
อย่างน้อยแกงค์ Dragon ก็ไม่ได้อะไรจากพวกของเขาไปมากนัก...นับว่าเป็นเรื่องโชคดี
"เอ่อ..."
"?" น้ำเสียงและท่าทีแสดงความอึดอัดของลูกน้อง เรียกความสนใจให้ดวงตาคมต้องหันมองอีกครั้ง ท่าทีมีพิรุธและอาการอึกอักทำให้ยุนโฮเดาได้ไม่ยากว่า นอกจากข้อมูลของสาขาอินชอนแล้ว...ยังมีสิ่งอื่นที่พวกดราก้อนได้ไปอีก
"อะไรอีก"
"...เอ่อ..."
"ฉันถามว่าอะไรอีก!!!!!!!!" ตะคอกเสียงดังเพราะอดรนทนไม่ได้กับท่าทีเงอะงะของลูกน้อง ยุนโฮจิ๊ปากเบาๆอย่างหัวเสียก่อนจะเค้นลูกน้องอีกครั้ง
"พูดมา"
"ข้อมูลของ....ครับ"
"อะไรนะ?" เหมือนกับประสาทด้านการรับฟังของเขาจะเสียไป...หรือไม่ก็ต้องมีเรื่องอะไรผิดพลาดแน่
ไม่มีทาง...ไม่มีทางที่หัวใจของเขาจะต้องเข้ามาเกี่ยวด้วย
ไม่...
"..."
คำพูดที่แผ่วเบาทำให้ยุนโฮต้องเงี่ยหูตั้งใจฟังมากขึ้น
ร่างสูงภาวนาให้สิ่งที่เขาได้ยินในทีแรกมันเป็นการล้อเล่น หรือพูดผิดของลูกน้องไป ทว่า...
ประโยคเสียงดังที่ฟังชัดเจนจนกระจ่าง ราวกับเป็นเครื่องมือตอกย้ำความจริงที่เขาไม่อาจหลีกหนี
"ที่มันได้ไป...คือข้อมูลทั้งหมดของคุณคิม แจจุงครับ"
...แจจุง...
…………………….Winter Spring…………………….
ความรู้สึกมึนหัวดูเหมือนจะค่อยๆหายไป เมื่อแสงสว่างกระทบเปลือกตา
แจจุงยันตัวลุกขึ้น ร่างบางมองไปรอบๆสวนสาธารณะกว้างก่อนจะตระหนักได้ว่า มันคือที่แรกที่เขากับยุนโฮพบกัน
แล้วทำไม...เขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้นะ?
"ตื่นแล้วเหรอ?" น้ำเสียงของเด็กสาวที่ดังขึ้นตรงหน้า เรียกให้แจจุงละสายตาจากต้นไม้ใหญ่ให้หันไปมอง
"คุณ...จับผมมาทำไม?" แจจุงถามเสียงเรียบ และพยายามบังคับไม่ให้ร่างกายแสดงความหวาดกลัวออกไป
"เรียกจีฮเยสิ" จีฮเยพูด ก่อนจะนั่งลงข้างๆแจจุง
"...ทำไมต้องจับผมมา จีฮเย"
"ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีเจตนาร้ายอะไรทั้งนั้น ฉัน...ก็แค่อยากรู้" เด็กสาวยิ้มออกมาเหมือนกับครั้งแรกที่เจอกัน ทว่ามันต่างกันตรงที่ว่ารอยยิ้มนั้นดูอ่อนโยนและสดใส เหมาะสมกับวัยและท่าทางของเธอ
"อยากรู้?" ร่างบางถาม ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความโล่งอก อย่างน้อยจีฮเยก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรเขา
"อยากรู้ว่าทำไม...คนไร้หัวใจอย่างชอง ยุนโฮถึงได้กล้าทำอะไรแบบนั้น"
"แบบนั้น?" แจจุงทวนคำ คิ้วเรียวสวยขมวดชนกันด้วยความสงสัย แบบนั้น...มันแบบไหนนะ?
"ก็...จูบเธอ กอดเธอ หรือแม้แต่บอกรักเธอไง" จีฮเยพูด หล่อนกระเถิบตัวเข้าใกล้แจจุง ก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อดวงหน้าสวยของร่างบางเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ
"ธะ...เธอรู้ได้ยังไง?" แจจุงแทบจะบังคับเสียงของตัวเองให้ได้ ร่างบางนุกอยากจะตบปากตัวเองซักครั้งสองครั้งที่แสดงพิรุธว่าเขากำลัง เขิน มากแค่ไหน
"ฉันเป็นคุณหนูรองของบ้านเชียวนะ"
"..."
"ไม่อยากจะเชื่อเลย...ว่าพี่ชายจะเปลี่ยนไปได้มากขนาดนั้น"
"ทำไมเหรอ?" เพราะน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื้นตันและเคลือบแคลงของจีฮเยทำให้แจจุงอดถามไม่ได้
"เขาน่ะ...เป็นคนเย็นชามาตั้งแต่ไหนแต่ไร อาจเป็นเพราะพ่อที่สอนให้พี่ชายต้องเป็นแบบนั้น พวกเก็บความรู้สึกและความเจ็บปวดเอาไว้น่ะ...จนสุดท้ายทั้งฉันและพี่ก็กลายเป็นแบบนี
"
"?"
"ไร้หัวใจ แสดงความรักและรู้สึกกับใครไม่เป็น เรารู้จักแต่ความโกรธและเกรี้ยวกราด"
"..."
"ความฝันของเราไม่เคยมีอะไรนอกจากปืน เลือด และคนที่ตายจากไป"
"...."
"เมือก่อนฉันเองก็ไร้หัวใจแบบพี่...แต่เพราะเขา...ฉันถึงได้เปลี่ยน" รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้งเมื่อเธอพูดถึง'เขา'
"เขาเหรอ?"
"ชางมินไง...เขาเป็นคู่หมั้นฉันเอง"
"!!" อาการที่ดูตกใจไม่น้อยของแจจุงเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มกว้างจากจีฮเยได้ไม่น้อย
"น่าตกใจสินะ แต่สำหรับฉันแล้ว เรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือคนอย่างเธอ...ที่เปลี่ยนพี่ได้"
"ฉัน...ไม่ได้เปลี่ยนอะไรซักหน่อย" แจจุงบ่นอุบอิบ ใบหน้าขาวแดงระเรื่อยิ่งกว่าเก่า "แล้วก็อย่าเรียกฉันด้วยคำว่าเธอจะได้ไหม ฟังแล้วมัน...รู้สึกจั๊กจี้ยังไงก็ไม่รู้"
"ฮะฮะ เธอน่ะเหมาะกับคำนี้มากที่สุดแล้ว"
"..."
"ฉันต้องขอโทษด้วย..ที่ต้องลักพาตัวเธออกมาแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละ...เพราะขอพี่ดีๆเขาคงไม่ยอมแน่ๆ"
"งั้นเหรอ?" ยุนโฮ...หวงเขาขนาดนั้นเลยหรือ?
"...นี่"
"หืม?"
"รักรึเปล่า?" จีฮเยพูดขึ้น หลังจากเธอลุกขึ้นยืนยืดตัวเต็มความสูง เด็กสาวหันมาหาแจจุงที่นั่งอยู่บนม้านั่ง
พลางปล่อยให้สายลมพัดจนผมปลิวสยาย
"เอ๋?" ดูเหมือนแจจุงจะตั้งตัวไม่ทันกับคำถามนั้น
"รักพี่ชาย...บ้างรึเปล่า?"
"..."
"ไม่รักเหรอ?" ราวกับเธอเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จีฮเยยื่นหน้าเข้ามาใกล้แจจุง ก่อนจะจ้องมองร่างบางด้วยแววตาแบบเดียวกันกับที่ยุนโฮเคยมอง
"..."
เพราะแจจุงเขินอายเกินกว่าจะบอก ร่างเล็กกระซิบถ้อยคำใกล้หูจีฮเย และนั่น...ทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างชอบอกชอบใจ
ถ้อยคำที่เธอได้ยิน...
แม้จะแผ่วเบาราวกับสายลมที่พัดผ่านไป แต่...ก็ดูหนักแน่นและไม่มีวันไม่หายไปไหนในคราวเดียวกัน
จีฮเยหันกลับไปมองดวงตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้า หลับตาลงพร้อมกับรับสายลมใหม่ที่กำลังพัดมา
"เธอ...ทำให้ฉันรู้สึกปลอดโปร่งแล้วก็สบายใจ" หญิงสาวเอ่ยกับแจจุง
"?" แม้ร่างบางจะไม่รู้ ว่าจีฮเยกำลังพูดถึงอะไร แต่แจจุงก็ยิ้มออกมา
"กลับกันเถอะ"
"อื้ม" แจจุงรับคำ ร่างบางลุกขึ้นยืน พลางมองจีฮเยด้วยความสงสัย
บอกให้กลับ...แล้วทำไมไม่ยอมเดินนะ?
ยังไม่ทันจะได้ถามหรือเดินไปหา ฝ่ามือของจีฮเยก็ปะทะลงมากระทบใบหน้าสวยเสียฉาดใหญ่ เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นไปก้องสวยสาธารณะ
เพี๊ยะ!!!!!
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า
"ตบเมื่อกี้ในฐานะน้องสาวที่อิจฉาและหวงพี่ชายมาก..." เธอบอกเรียบๆ ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอีกครั้ง
"อ๊ะ!"
ยังไม่ทันจะหายเจ็บ แจจุงถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลของจีฮเยอีกครั้ง ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนนุ่มที่ประทับลงบนริมฝีปาก
...จูบ...
มือเรียวที่จิกปลายเส้นผมที่เอาแจจุงต้องอ้าปากออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะหลับตาแน่นเมื่อรู้สึกถึงปลายลิ้นอุ่นที่ไล้เลียไปตามแนวฟัน
"อื้อ!!!" ครางอื้ออึงเมื่อถูกดูดดึงริมฝีปากอย่างอ่อนโยน ปลายลิ้นร้อนทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนระทวย ในขณะที่สัมผัสของริมฝีปากที่ถูกบดเบียดพาให้หัวสมองรู้สึกมึนงง
นานหลายนาทีกว่าจูบนี้จะจบลง...แจจุงหอบหายใจสะท้านเมื่อริมฝีปากถูกปล่อยเป็นอิสระ
"และจูบนี่...ฉันแค่อยากรู้ว่าจูบของพี่สะใภ้จะหวานซักแค่ไหน"
"!!!"
"ที่ฉันพาเธอออกมา ก็เพราะอยากจะชิมจูบนี้โดยที่ไม่ต้องหลบพี่ชายยังไงล่ะ" จีฮเยเลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ ก่อนจะยิ้มเมื่อแจจุงมองเธอด้วยสายตาที่ทั้งตกใจและขัดเขิน
"จะ...จีฮเย"
"หวานมากเลยนะ"
"...!"
"จูบของเธอหวานที่สุดในโลกเลย"
"ชอง จีฮเย!" ร่างบางตะโกนลั่น ใบหน้าสวยแดงแปร๊ดเพราะเขินไปกับคำพูดชวนคิดของจีฮเย ร่างบางออกวิ่งไล่หญิงสาวที่เริ่มวิ่งหนีไปรอบๆสวนสาธารณะ
เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้น ในสวนกว้าง ภาพที่จีฮเยวิ่งหนีแจจุงที่กำลังวิ่งไล่ สร้างรอยยิ้มให้เหล่าบอดี้การ์ดที่ยืนดูจนเผลอเปิดช่องว่างไปชั่วขณะ
และนั่น...เหมือนจะเป็นโอกาสของพวก Red Dragon…ที่ซุ่มอยู่
พลั่ก!!!!
เสียงของแข็งกระทบเนื้อหนังดังเบาทว่าหนักแน่น ร่างของบอดี้การ์ดทั้งหมดร่วงลงไปกองกับพื้น ในขณะที่จีฮเยผู้ซึ่งรู้สึกได้ถึงความผิดปกติหันมามอง
"หนีไป!" เธอตะโกนบอกแจจุงด้วยแววตาตื่นตระหนก
"หา?" แจจุงที่ยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์ หันมาถามจีฮเยด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะกรีดร้องอกมาเบาๆ เมื่อจีฮเยถูกชายร่างใหญ่ในชุดสีดำแดงต่อยเข้าที่ท้อง
"อ๊ะ!!!" หญิงสาวล้มลงกับพื้น ก่อนจะกระอักเลือดออกมาเมื่อถูกชายร่างยักษ์ซัดเท้าเข้าที่ชายโครงอีกสองสามครั้ง
"จีฮเย!!" แจจุงร้อง ร่างบางวิ่งเข้าหาชายร่างใหญ่คนนั้น ก่อนจะพยายามต่อยเตะถีบกัด ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยจีฮเยออกมา แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล
ชายคนนั้นแค่เพียงสวนหมัดหนักๆกลับมาที่ท้องเขา แรงอัดทำเอาแจจุงจุกจนพูดไม่ออก ร่างบางพยายามลุกขึ้นยืนแต่ดูเหมือนคนตรงหน้าเขาจะไม่ยอมง่ายๆ ชายร่างยักษ์ออกหมัดแรงๆใส่ท้องของแจจุงอีกสองครั้ง
ริมฝีปากอิ่มขยับเรียกชื่อจีฮเยแผ่วเบา...ก่อนจะเงียบไปในที่สุด...
…………………….Winter Spring…………………….
บนโลกนี้มีสิ่งที่ทุกคนเฝ้าปรารถนา อยากได้มาครอบครอง
มากมายเสียจนไม่รู้ว่า แท้จริงแล้ว สิ่งที่ต้องการจริงๆคืออะไรกันแน่
ฉันเอง...ก็เป็น 1 ในคนพวกนั้น
แต่...เพราะฉันขลาดเขลาจนไม่กล้า
หวาดกลัวจนไม่อาจนึกฝัน
...ฉันไม่เคยกล้าหวัง…
เพราะรู้ว่าถึงแม้จะหวังมากซักแค่ไหน...ก็ไม่เคยได้สิ่งที่ต้องการกลับมา
…………………….Winter Spring…………………….
TBC...
ปล. คาแรกเตอร์ของจีฮเยค่อนข้างเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย อาจตามอารมณ์ของเธอไม่ทันกันบ้าง (เพราะเธอเป้นคนที่คิดอะไรก็พูดอกมาทันที แถมชอบลองดี)
ปลล. ฉากตบ และจูบ เรดวางไว้ตั้งแต่แรก แม้จะดูงงๆ แต่ขอให้เข้าใจจีฮเยหน่อยนะคะ^^(ตามที่เธอพูดนั่นแหละ)
edit @ 21 Aug 2008 15:48:07 by Redsun